ดีเกินไป (2)

.

.

ขอเริ่มด้วยการแนะนำฝ่ายผู้เสนอตัวในตลาดความรักกันก่อน…

  • ซังคอมเม้นท์: อย่าเรียกอย่างนั้นเลยครับ ผมอยู่ของผมดีแล้ว
  • ซูมคอมเม้นท์: พร้อมหรือยังสาวๆ เดี๋ยวพี่พาไปโฉบ

เริ่มกันตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ วิ่งเล่นแถวบ้าน เติบโตร่ำเรียน ฝึกวิชาเทพวิชามาร บ่มเพาะประสบการณ์ ท่องเที่ยวผจญภัย หาเงินหาทองกันไป จนกระทั่งในที่สุดมาถึงฤดูผสมพันธุ์ออกหาคู่!  เอาเป็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในชีวิตที่สั่งสมมานั่นแหละ ที่ร่ายมาทั้งหมดนั้นในทางเสดสาดเรานับว่าเป็นทรัพยากรประจำตัวเรา เป็นของส่วนตัว ไม่มีใครเอาไปได้

ซึ่ง “ทรัพยากรส่วนตัว” นี้ แต่ละคนจะมีจำกัดอยู่ในระดับหนึ่ง มากน้อยตามแต่ละคนที่เกิดมาไม่เท่าเทียมกัน ตามบุญตามกรรม

ระหว่างที่โตขึ้นมา แต่ละคนจะใช้ทรัพยากรเหล่านี้สร้างคุณสมบัติของคนคนนั้นขึ้น อันได้แก่ หน้าตา นิสัย บุคลิก ฐานะ การงาน อำนาจ ศักดิ์ศรี ศีลธรรม ความดี ฯลฯ ซึ่งในเมื่อเรามีทรัพยากรจำกัด คุณสมบัติที่สร้างได้ย่อม”จำกัด” เช่นกัน

เมื่อนำมาพล็อตลงกราฟสองมิติจะได้ดังรูปข้างล่าง และเนื่องจากในที่นี้สามารถทำให้ดูได้แค่สองมิติหรือสองแกนเท่านั้น จึงขอจัดกลุ่มคุณสมบัติมาพิจารณาเพียงสองกลุ่มคือ “ศีลธรรมความดี” กับ “คุณสมบัติอื่นๆ” (เอาที่เหลือมามัดรวมกันเลยนั่นเอง) ที่ต้องเน้นเรื่องความดีแยกออกมาก็เพราะต้องการจะอธิบายปรากฎการณ์ “ดีเกินไป” ให้รู้แจ้งและเห็นจริง

  • ซังแทรก: น่าสนใจครับ ผมกำลังทำความเข้าใจอยู่
  • ซูมแทรก: เพ้อเจ้อว่ะ อ่านแล้วง่วง ปวดหัวเว้ย

 



เส้นที่เห็นโค้งๆ นั้นแสดงขีดจำกัดของคนหนึ่งคน แสดงว่าหากทุ่มทรัพยากรทั้งหมดสร้างสมศีลธรรมความดี (ใช้เวลา ใช้เงิน ใช้โชคที่มีอยู่ทั้งหมดไปในการนี้) เราจะสามารถเป็นคนดีได้จนถึงจุด A ซึ่งจะไม่มีคุณสมบัติอย่างอื่นเลยเพราะเอาแต่สร้างสมความดีนั่นเอง

เช่นกัน หากไม่ทำดีเลยเอาแต่ไปสร้างคุณสมบัติอย่างอื่น ก็อาจจะไปได้จนถึงที่จุด B (ซึ่งกลายเป็นคนเลวบริสุทธิ์เพราะจุด B ตรงกับค่าความดีที่ 0) ดังนั้น จะเห็นว่าตามธรรมชาติแล้วสัดส่วน (คุณสมบัติอื่นๆ, ความดี) ของคนหนึ่งคนจะไม่สุดขั้วที่ Aหรือ B แต่จะอยู่ที่ใดที่หนึ่งบนเส้นโค้งหรือใต้เส้นโค้งเท่านั้น ซึ่งถ้าอยู่ใต้เส้นโค้งก็แสดงว่ายังใช้ทรัพยากรไม่เต็มที่นั่นเอง

ถึงตรงนี้ลองถามตัวเองเล่นๆ ดูว่าปัจจุบัน ตัวเราอยู่ตรงจุดไหน

  • ซังตอบตัวเอง: เราต้องเป็นคนดีกว่านี้ ต้องใกล้พิกัด A ให้ได้มากที่สุด (ไฟท์ติ้ง!!)
  • ซูมตอบตัวเอง: แกนนอนเท่านั้นว่ะ ความดีกินไม่ได้เว้ย

 

ส่วนลักษณะการโค้ง จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเป็นแบบนี้ คำตอบคือไม่จำเป็น ลักษณะของเส้นนี้ขึ้นอยู่กับคนเช่นกัน เพราะธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม หรือกรรมพันธุ์ อาจทำให้คนสองคนมีแนวโน้มต่อเรื่องต่างๆ ต่างกัน ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนขึ้น สมมติเอาซูมกับซังมาเลี้ยงพร้อมกันตั้งแต่เกิด โตขึ้นมาอายุเท่ากัน กำหนดให้ใช้เงินในการเลี้ยงดูเท่ากัน เรียนก็เรียนโรงเรียนที่เท่ที่สุดในโลกเหมือนกัน คิดหรือไม่ว่าทั้งสองจะออกมาเหมือนกัน? คงไม่มีทาง เพราะขนาดฝาแฝดสุดท้ายยังแตกต่างกันเลย…

คนสองคนกินอาหารเท่ากันยังอ้วนมากอ้วนน้อยต่างกันเลย ฉันใดก็ฉันนั้น

ดังนั้น ในที่นี้เราจะพิจารณาเปรียบเทียบต่อระหว่างสองคน คือซูมและซัง

 

ซูมเป็นคนที่มีแนวโน้ม โหด เท่ ผมยุ่ง เตะบอล สูบบุหรี่ คุมวินมอร์’ไซค์ ส่วนซังในวัยเดียวกัน เป็นคนที่(สมมติว่า)มีแนวโน้มโอบอ้อมอารี ผมเรียบ เข้าโบสถ์ ไม่เหล้าไม่สูบ ตั้งใจเล่าเรียน ไม่คบตั้ม

ธรรมชาติที่ต่างกันทำให้เส้นของสองคนออกมาเป็นดังนี้

ตัวการที่ทำให้เส้นของซูมมีลักษณะของการโค้งแบบ slope สกีสีเขียว แต่ของซังเป็นสีแดงนั้น คือคำว่า “มีแนวโน้ม” นั่นเอง สรุปว่าในกรณีศึกษาของเรานี้ซังจะมีแนวโน้มเป็นคนดีมากกว่าโดยเปรียบเทียบ

นั่นหมายความว่า หากมีทรัพยากร (เช่น เงิน เวลา โชค โอกาส) เพิ่มขึ้นเมื่อไหร่ ซังก็จะเอาไปพัฒนาศีลธรรม มุ่งกิจกรรมเพิ่มศีลธรรมความดี ในขณะที่ซูมก็จะเอาไปเพิ่มคุณสมบัติอย่างอื่นแทน สำหรับคนโหดเท่แล้วความดีย่อมมาทีหลัง

ถาม: หากคุณมีเงินเพิ่มหนึ่งบาทจะเอาไปทำอะไร?

  • ซังตอบ: ทำทานครับ หรือไม่ก็หยอดกระปุก
  • ซูมตอบ: เข้าบ่อนสิครับ เพิ่มทุน ไม่ก็เอาไปเขวี้ยงหมา

 

และเพื่อประโยชน์ในการอธิบายต่อ จึงขอสมมติว่าทั้งซังและซูมมีทรัพยากรที่จะเอาไปพัฒนาตัวเองเท่ากัน (ในเชิงคณิตศาสตร์คือ พื้นที่ใต้เส้นโค้งเท่ากัน) ที่ต้องสมมติให้เท่ากันเพื่อความยุติธรรมในการพิจารณา

ใช่ครับ… ภายใต้ความยุติธรรมนี้ เราจะมาดูว่าหากทั้งสองคนจีบพี่ป้องพร้อมกัน พี่ป้องจะเลือกไปเดทกับใคร แล้วถ้าเป็นพี่เมี่ยวบ้าง ผลจะออกมาเหมือนกันหรือไม่?

.

.

5 thoughts on “ดีเกินไป (2)

  1. นักวิทยาศาสตร์และพุทธศาสนิกชนอย่างเราขอค้านนักเศรษฐศาสตร์ว่ะ กราฟที่ว่าไม่มีความจริงอยู่เลย ความจริงมีอยู่ว่าความดีไม่ขึ้นกับคุณสมบัติอื่นๆ การที่เรามีความดีมาก ไม่ได้หมายความว่าคุณสมบัติอื่นๆ จะด้อยลงไป

  2. เพราะเจ้าช่วยกล้วยทอด อ่านแล้วขำจนปวดหัว นักเขียนนี่ช่างจิตนาการได้เข้าถึงตัวละคร
    โดยเฉพาะไม่คบตั้ม 5555 ถ้าเป็นก๊วยเจ๋ง จะเอาสี่เหลี่ยมที่เขียนกราฟมาวางตะแคงแล้วเขย่าๆ ให้สโลปมันเท่ากันเหมือนซาลาเปา เพราะมันจะได้ดูน่ากินๆ 555

  3. @พี่เมี่ยว เราพิจารณาภายใต้กฎที่ว่าทรัพยากรมีจำกัดครับพี่ เช่นมีเวลาว่าง 5 ชั่วโมง หากเราเอาไปศึกษาธรรมะ หรือเอาไปทำงานอาสาสมัคร เข้าโบสถ์ ก็จะไม่มีเวลาเหลือเอาไปเข้าร้านทำผมนิชคุณ หรือฝึกเล่นสโนว์บอร์ดเท่ๆ ไงพี่

  4. ยังไม่คอมเมนท์ก่อนละกัน ทฤษฏีจะถูกพิสูจน์ได้หลังจากนำไปลองอธิบายตัวอย่างดูแล้วเท่านั้น…

    รอดูสถานการณ์ตอนต่อไป พี่เมี่ยวหรือพี่ป้อง ใครจะขึ้นคานกันแน่!?

  5. อันนี้ เราจะไม่ได้เป็นทฤษฏีพิสูจน์อะไรว่ะ เป็นแค่อธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในแง่มุมและภาษาทางเสดสาดเท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s