คริสเตียน กับ วิทยาศาสตร์

“…หลายคนอุตส่าห์เรียนวิทยาศาสตร์ ทำไมยังเชื่อเรื่องพระเจ้าสร้างโลก และ เรื่องอีกหลายๆเรื่องที่เกินเชื่อของศาสนาคริสต์ได้…”

ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความของพี่คนหนึ่งที่ผมนับถืออย่างมากเขียนขึ้นมา… ซึ่งพี่คนนี้ได้เขียนเองในบทความนี้ว่าเคยมีความคิดและรู้สึกเช่นนี้ แต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไปด้วยประสบการณ์ที่มากขึ้น พี่เขาก็มีความคิดที่กว้างและเปิดรับมากขึ้น แม้จะไม่ได้เป็นคริสเตียน

ส่วนตัวผมเองเชื่อว่าความเชื่อของคริสเตียน (หรือสิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า ศาสนาคริสต์ แต่สำหรับคนที่เป็นคริสเตียนอย่างผมมันลึกซึ้งมากกว่าจะใช้คำว่าศาสนามานิยาม) มีความสัมพันธ์กับความจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ระดับหนึ่ง…. จริงอยู่ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทุกกรณี ณ เวลานี้ แต่ผมเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องของเวลา เพราะสิ่งที่เป็นความจริงบนโลกใบนี้ถูกอธิบายโดยวิทยาศาสตร์ ณ ปัจจุบัน (ย้ำว่าวิทยาศาสตร์ ณ ปัจจุบัน) ไว้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

แม้ว่าโลกปัจจุบันเป็นโลกแห่งความเชื่อในวิทยาศาสตร์ สิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ถือเป็นเรื่องไร้สาระและงมงาย แต่ผมมีความเห็นว่าในความเป็นวิทยาศาสตร์นั่นก็ไม่ perfect และมีจุดอ่อนของมันในตัวที่ไม่ค่อยมีคนสังเกต ยกตัวอย่าง แม่ของผมเป็นหมอครั้งหนึ่งเคยบอกว่า คนเป็นหมอต้องตามข่าววงการแพทย์ใหม่ๆตลอดเป็นการ “update” ตัวเอง เพราะ ในบางกรณี การรักษาแบบหนึ่งหรือยากลุ่มหนึ่ง ที่เคยบรรจุในหนังสือเรียนว่าใช้รักษาได้ดี อาจจะเป็นสิ่งที่ต้องห้าม เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสิบยี่สิบปี เพราะมีการวิจัยที่อยู่บนรากฐานของวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นอีกระดับออกมารับรอง

อีกตัวอย่างหนึ่งเป็นตัวอย่างที่เกิดกับตัวผมเอง… ครั้นเมื่อผมมองดูตัวเองย้อนไปตอน ป.4-6 ผมได้หลงใหลวิชาคณิตศาสตร์เป็นอย่างมาก แม้จะไม่เก่งระดับประเทศ แต่ผมก็ไม่เคยทำข้อสอบคณิตศาสตร์ของที่โรงเรียนได้ต่ำกว่า 90% ผมชอบวิชานี้มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นวิชาที่ใช้ตรรกะในการเข้าใจ และไม่ชอบวิชาที่ต้องท่องจำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมได้เข้าไปห้องสมุดและนึกสนใจอยากรู้ว่าพวกคณิตศาสตร์ระดับมัธยมเป็นอย่างไร จึงได้ไปเปิดหนังสือแบบเรียนของระดับมัธยมปลายดู… ผมได้พยายามอ่านทำความเข้าใจอยู่ซักพักใหญ่ แต่ก็ได้พบว่ายิ่งอ่านก็ยิ่งไม่เข้าใจ ทุกอย่างฟังดูผิดและไม่มีเหตุผลไปหมด ความมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนเก่งคณิตศาสตร์ก็เหมือนจะหดหายไปด้วย และแน่นอนว่าเมื่อผมขึ้นมัธยม ด้วยประสบการณ์และการเรียนที่เป็นขั้นเป็นตอนมากขึ้น ก็ทำให้ผมเข้าใจในเนื้อหาของคณิตศาสตร์ระดับมัธยม ได้โดยไม่เหลือบ่ากว่าแรง

จากสองประสบการณ์นี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เราเหนือความเข้าใจของเรา ณ วันนี้ จะไม่สามารถเป็นความจริงได้ บางครั้งกลับเป็นเราต่างหาก ที่ไม่สามารถเข้าใจสิ่งนั้นด้วยความจำกัดของสติปัญญาของเรา และพาลไปคิดว่าสิ่งๆนั้นไม่มีจริงหรือไม่เป็นจริง และ ในมุมกลับ สิ่งที่เราเข้าใจและยึดถือเชื่อมั่นมาตลอดว่าเป็นความจริงและเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อาจจะเป็นสิ่งที่ผิด และจะถูกลบล้างด้วยความจริงอีกระดับในสักวันหนึ่งก็เป็นได้

อย่าลืมว่าในโลกนี้ก็ยังมีสิ่งอื่นๆที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์แต่เราสามารถสัมผัสได้อีกมาย…เช่น ความรัก ความหวัง และอื่นๆ ฉะนั้นการที่เรายึดมั่นในวิทยาศาสตร์ที่เรามีอยู่ในปัจจุบันโดยไม่มองสิ่งอื่นๆเลยนั้น …อาจจะถือเป็นความ “งมงาย” ในวิทยาศาสตร์หรือเปล่า?

ท้ายสุดนี้ ผมมีเรื่องเล่าอีกสองเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจและอยากจะเล่าสู่กันฟังครับ เรื่องแรกมีอยู่ว่า… มีเด็กคนหนึ่ง ได้เอานาฟิกาข้อมือเรือนหนึ่งมาถอดเฟืองเล่น เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย… พอเล่นกับเฟืองเหล่านั้นเสร็จ ผมก็เอาทุกชิ้นส่วนใส่ในกล่องเล็กๆหนึ่งใบแล้วเขย่า อยู่นานมากกกกกกกก เป็นล้านครั้งก็ว่าได้ …. ท้ายที่สุด ชิ้นส่วนเหล่านั้นก็เรียงตัวกันกลับมาเป็นนาฟิกาข้อมือเหมือนเดิม…ไม่ได้มีช่างนาฬิกามาซ่อมให้หรอก มันคือสุดยอดแห่งการฟลุ๊กมากๆเลย

คุณจะเชื่อไหม…

 กับอีกเรื่อง… ที่บอกว่า โลกใบนี่ที่มีมนุษย์และสัตว์อาศัยกันอยู่ร่วมกันมากมาย ทั้งตัวมนุษย์และสัตว์ทุกตัวไม่ได้มีเพียงระบบร่างกายที่น่าอัศจรรย์ แต่ยังมีชีวิตและจิตใจที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน อยู่ร่วมกันภายใต้ ระบบนิเวศที่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีต้นไม้ แม่น้ำ ทะเล เมฆ ภูเขา และธรรมชาติอื่นๆอีกมากมายที่รวมกันเป็นโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ สิ่งเหล่านี้มันเกิดมากจากความบังเอิญที่มีความเป็นไปได้หนึ่งต่อล้านล้านล้านล้านเท่านั้น ไม่ได้มีพระเจ้าอะไรที่ไหนมาสร้างไว้หรอก… มันคือสุดยอดแห่งการฟลุ๊กมากๆเลย

คุณจะเชื่อไหม…

ขอทุกๆท่านมีความสุขไม่ใช่เฉพาะวันปีใหม่นี้ แต่เป็นตลอดทั้งปี ครับ…

One thought on “คริสเตียน กับ วิทยาศาสตร์

  1. ตอนนี้พี่เชื่อว่า แม้จะ(ยัง)พิสูจน์ได้หรือไม่ได้ก็ไม่สำคัญนะ ในเมื่อศาสนามันมีที่อยู่ของมันบนโลกใบนี้อยู่แล้ว

    และในเมื่อพฤติกรรมและธรรมชาติของมนุษย์เองยังไม่มีความแน่นอนทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์เลย จะพยายามไปอธิบายเรื่องต่างๆ ให้เป็นวิทยาศาสตร์ไปทำไมมากมาย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s