the farewell ball

.
.
.
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปี 2010 ถูกบันทึกว่าเป็นครั้งแรกที่ผมกับตัวมิ้นได้รู้จักกับเพื่อนคนไทยกลุ่มแรกที่สวิตเซอร์แลนด์หลังจากอยู่ที่นี่มาหลายปี

จากประสบการณ์เพื่อนคนไทยในต่างแดนที่เคยมีมาก่อนหน้า ทำให้ในตอนนั้นเราทั้งสองคนไม่ได้คาดหวังอะไรจาก “เพื่อนใหม่” มากไปกว่าการสังสรรค์ ปาร์ตี้ กินเหล้า แบบพื้นๆ และผ่านค่ำคืนบางคืนด้วยกันแบบเฮฮาไปเรื่อยบ้างในบางครั้ง

ช่วงเวลาแรกๆ ของกลุ่มเพื่อนที่มีอยู่ไม่ถึงสิบคนกลับให้สีสันมากกว่านั้น ระหว่างที่ได้ “สังสรรค์ ปาร์ตี้ กินเหล้า” กันไปพลางๆ ผมกลับได้มีโอกาสพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด และประสบการณ์กับเพื่อนที่มีองค์ประกอบที่ทั้งหลากวัย หลากบุคลิกภาพ และหลากพื้นเพพร้อมๆ กัน อย่างที่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำมาก่อน หรือไม่เช่นนั้นก็ไม่เคยเข้มข้นถึงระดับนี้

ระหว่างนั้น ผมเลยคิดว่าฤดูหนาวที่สวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่เลวร้ายนัก เพราะมีบรรยากาศอบอุ่นระหว่างเพื่อนฝูงปกคลุมอยู่

เวลาผ่านไปอีกหลายฤดูหมุนเวียน พร้อมกับปริมาณกิจกรรมที่ทำร่วมกัน บันทึกเรื่อง”เริง”เพิ่มจำนวนหน้ามากขึ้น จำนวนผู้คนในแวดวงได้ขยายตัวกว้างมากขึ้น จนในที่สุดคลอบคลุมจนไปทั่วประเทศ

ในขณะที่ภาระส่วนตัวของแต่ละคนเพิ่มพูนเข้ามาตามธรรมชาติของการเรียนและการทำงาน เรายังคงสามารถบริหารเวลาให้มาเจอกันได้อยู่สมอ

บางครั้ง ผมกับตัวมิ้นก็ได้มีโอกาสต้อนรับ “เพื่อนฝูง” ที่บ้าน ในหลายวาระ หลายรูปแบบ และหลายธีม

นัดกินข้าว เล่นเกม ปาร์ตี้ชุดนอน สังสรรค์โต้รุ่ง งานเลี้ยนวันเกิด ฉลองเทศกาล โต๊ะอาหารแบบฝรั่งเศส ดื่มชาแบบอังกฤษ เมาเหล้าแบบเมียไม่อยู่บ้าน ไปจนถึงเฮาส์คอนเสิร์ต และงานเลี้ยงส่งเพื่อนที่ถึงคราวต้องกลับประเทศไทยก่อนคนอื่น

สามปีมากพอที่จะทำให้รูปแบบของการเจอกันพัฒนาเปลี่ยนไป จากจำนวนคนหลากหลายกลุ่มที่แตกตัวกันออกไปตามความสนใจ จากการเติบโตของสมาคมนักเรียนฯ จากกระแสของเพื่อนเก่าที่จากไปและเพื่อนใหม่ที่เข้ามา บ้านที่ rue des pâquis จึงได้มีโอกาสต้อนรับเพื่อนฝูงน้อยลง

แต่สามปีก็พิสูจน์แล้วว่าไม่ได้ทำให้ความสนุกที่ได้เจอกันจางหาย ไม่ได้ทำให้เสียงหัวเราะเบาลง และไม่ทำให้จิตวิญญาณ”เริง” ลอยออกจากร่างของใครไป

เมื่อมาคิดดูแล้ว มันจึงเป็นเวลาสามปีที่ผมกับตัวมิ้นจะระลึกถึงว่ามีความหมายมากพอสมควร น้ำหนักของมันสามารถถ่วงวิถึชีวิตคู่ช่วงเริ่มต้นของเราให้ไปสู่ทิศทางที่มีความสมดุลมากขึ้น

ต้นฤดูหนาวปี 2013 ผมกับตัวมิ้นเดิมทีตั้งใจจะไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ เราแค่ต้องแพ็คของและเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยเหมือนกับที่เพื่อนหลายคนได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้วเท่านั้น ขณะนี้กล่องของที่แพ็คเสร็จเรียบร้อยถูกตั้งซ้อนกันหลายแถว สูงจนเกือบถึงเพดาน ของที่อยู่ตามชั้นและตู้ต่างๆ ถูกนำลงมาวางเกะกะทั่วไปเพื่อประโยชน์ของการจัดระเบียบสมบัติ

เมื่อมองไปรอบๆ มันก็คือฉากของการอำลานั่นเอง

เพียงฉากดังกล่าวเหมือนจะยังสร้างไม่เสร็จ ถึงแม้จะมีกรงปุเรงเวอร์ชั่นสำหรับเดินทางวางตั้งอยู่ แต่เราพบว่ามันยังไม่สมบูรณ์มากพอ เหมือนหนังสือที่ยังขาดปกหลัง เหมือนจดหมายที่ไม่มีคำลงท้าย

และเหมือนบันทึกการ”เริง” ที่หาทางจบไม่ลง…

หากไม่เพิ่มงาน “สังสรรค์ครั้งสุดท้าย” เข้าไปอีกสักหนึ่งหน้า
.
.
.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s